วิตามินจะขายในไทยในฐานะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้หรือไม่ ขึ้นกับปริมาณวิตามินและแร่ธาตุที่ผู้บริโภคได้รับต่อวันเป็นอันดับแรก ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 448 (พ.ศ. 2566) ซึ่งมีผลตั้งแต่ 2 กรกฎาคม 2567 กำหนดปริมาณสูงสุดของสารอาหาร 26 ชนิด และขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 15% ของ Thai RDI สูตรที่อยู่นอกกรอบนี้ขออนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตามสูตรเดิมไม่ได้
ปริมาณสูงสุดต่อวัน 26 รายการ
| วิตามินหรือแร่ธาตุ | สูงสุดต่อวัน | ขั้นต่ำ (15% Thai RDI) |
|---|---|---|
| Vitamin A | 800 µg RAE | 120 µg RAE |
| Vitamin D | 15 µg | 2.25 µg |
| Vitamin E | 10 mg α-TE | 1.35 mg α-TE |
| Vitamin K | 80 µg | 9 µg |
| Vitamin B1 | 100 mg | 0.18 mg |
| Vitamin B2 | 40 mg | 0.18 mg |
| Nicotinamide | 20 mg NE | 2.25 mg NE |
| Nicotinic acid | 15 mg NE | 2.25 mg NE |
| Pantothenic acid | 200 mg | 0.75 mg |
| Vitamin B6 | 2 mg | 0.195 mg |
| Folate | 330 µg DFE | 60 µg DFE |
| Folic acid | 200 µg | 35.295 µg |
| Vitamin B12 | 600 µg | 0.36 µg |
| Biotin | 900 µg | 4.5 µg |
| Vitamin C | 1,000 mg | 15 mg |
| Calcium | 800 mg | 150 mg |
| Magnesium | 350 mg | 46.5 mg |
| Phosphorus | 800 mg | 105 mg |
| Iron | 15 mg | 3.3 mg |
| Zinc | 15 mg | 1.65 mg |
| Copper | 2,000 µg | 135 µg |
| Chromium | 500 µg | 5.25 µg |
| Molybdenum | 160 µg | 6.75 µg |
| Selenium | 70 µg | 9 µg |
| Manganese | 3.5 mg | 0.45 mg |
| Iodine | 150 µg | 22.5 µg |
| Potassium | 3,500 mg | 525 mg |
ที่มา: เพดานจากบัญชีแนบท้ายประกาศ สธ. ฉบับที่ 448 พ.ศ. 2566 ขั้นต่ำคือ 15% ของ Thai RDI ตามบัญชีหมายเลข 3 ของประกาศฉบับที่ 445 พ.ศ. 2566 · Nicotinamide และ Nicotinic acid ใช้ค่าของไนอะซิน · กรดโฟลิกแปลงจากโฟเลต (กรดโฟลิก 1 µg = 1.7 µg DFE)
ขนาดที่พบบ่อยซึ่งเกินเพดาน
| ขนาดบนฉลากต่างประเทศ | ต่อวัน | เพดานไทย |
|---|---|---|
| Vitamin D3 1,000 IU | 25 µg | 15 µg |
| Vitamin B12 1,000 µg | 1,000 µg | 600 µg |
| Folic acid 400 µg | 400 µg | 200 µg |
| Niacinamide 25 mg | 25 mg | 20 mg NE |
ตัวที่พลาดบ่อยที่สุดคือวิตามินดี เพราะ 1,000 IU เท่ากับ 25 µg (วิตามินดี 1 µg เท่ากับ 40 IU) ส่วนวิตามินรวมและวิตามินสำหรับคนตั้งครรภ์ เป็นกลุ่มที่มักเกินเพดานกรดโฟลิกและบี 12
วิธีตรวจสูตรของคุณ
- ดูปริมาณต่อเม็ด ต่อแคปซูล หรือต่อซอง จากใบสูตรหรือตาราง Supplement Facts
- คูณด้วยจำนวนหน่วยที่ฉลากแนะนำให้รับประทานต่อวัน เพดานเป็นปริมาณต่อวัน ไม่ใช่ต่อเม็ด
- แปลงเป็นหน่วยในตาราง mg เป็น µg คูณ 1,000 ส่วนวิตามินดี IU หาร 40 ได้ µg
- วิตามินเอและอีที่เป็น IU ต้องแปลงตามรูปแบบสารที่ใช้ (เรตินอลหรือเบตาแคโรทีน ธรรมชาติหรือสังเคราะห์) ให้ขอค่าเป็น µg RAE หรือ mg α-TE จากโรงงาน
- ตรวจทั้งสองด้าน คือไม่เกินเพดาน และไม่ต่ำกว่า 15% ของ Thai RDI ตามประกาศ สธ. ฉบับที่ 445
ใช้ เครื่องมือเช็กฉลากอาหารและอาหารเสริม ของเราคำนวณให้ได้ฟรี กรอกชื่อวิตามินพร้อมปริมาณต่อวันทีละบรรทัด
ถ้าสูตรเกินเพดาน ทำอะไรได้บ้าง
- ลดขนาด ทำสูตรสำหรับตลาดไทยโดยเฉพาะ มักเป็นทางที่ง่ายที่สุด และโรงงานส่วนใหญ่ทำได้
- ปรับขนาดรับประทานต่อวัน บนฉลาก เช่น จากวันละ 2 เม็ดเป็น 1 เม็ด ถ้าปริมาณต่อเม็ดอยู่ในเกณฑ์
- ขึ้นทะเบียนเป็นยา แทน ซึ่งเป็นกระบวนการตาม พ.ร.บ.ยา ที่ต่างออกไปและใช้เวลานานกว่า มีกฎฉลากของตัวเอง
สิ่งที่ฉลากภาษาไทยต้องมี
นอกจากรายการฉลากอาหารทั่วไป ฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดต้องมีข้อความภาษาไทยต่อไปนี้ (ประกาศ สธ. ฉบับที่ 293 แก้ไขโดยฉบับที่ 405 และ 411 พ.ศ. 2562)
| ข้อความ | วิธีแสดง |
|---|---|
| ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร | เป็นส่วนหนึ่งของชื่อ หรือกำกับชื่อ |
| “คำเตือน” | ไม่เล็กกว่า 1.5 มม. ในกรอบสี่เหลี่ยม สีตัดกัน |
| “เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน” | ขนาดเห็นได้ชัดเจน |
| “ควรกินอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม เป็นประจำ” | ขนาดเห็นได้ชัดเจน |
| “ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค” | ตัวหนาทึบ ในกรอบสี่เหลี่ยม สีตัดกัน |
การกล่าวอ้างหน้าที่ของวิตามินหรือแร่ธาตุ ต้องมีฉลากโภชนาการ และใช้ถ้อยคำตามที่ประกาศ สธ. ฉบับที่ 445 และ 447 (พ.ศ. 2566) อนุญาต ส่วนการกล่าวอ้างว่าป้องกันหรือรักษาโรคทำไม่ได้เลย
กำหนดเวลาสำหรับสินค้าที่ได้อนุญาตไว้ก่อน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินและแร่ธาตุที่ได้รับอนุญาตก่อน 2 กรกฎาคม 2567 ขายต่อได้ถึง 1 กรกฎาคม 2570 หลังจากนั้นต้องเป็นไปตามประกาศฉบับที่ 445 ถึง 448 ทั้งหมด รวมถึงฉลากโภชนาการแบบใหม่